อากาศในบ้านสะอาดจริงไหม? 4 สัญญาณที่บอกว่าบ้านอาจต้องใส่ใจเรื่องอากาศมากขึ้น
- Coway Center
- 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

เวลาเจอฝุ่นหรือ PM2.5 ข้างนอก หลายคนเลือกกลับเข้าบ้านแล้วปิดประตูหน้าต่าง เพราะรู้สึกว่าอย่างน้อยข้างในก็น่าจะปลอดภัยกว่า แต่ความจริงคือ อากาศภายในบ้านก็มีมลพิษสะสมได้เหมือนกัน
EPA ระบุว่า มลพิษบางชนิดภายในอาคารอาจมีระดับสูงกว่าภายนอกประมาณ 2–5 เท่าในบางสถานการณ์ โดยแหล่งกำเนิดอาจมาจากทั้งฝุ่นที่เข้ามาจากภายนอก การทำอาหาร ผลิตภัณฑ์ภายในบ้าน สัตว์เลี้ยง หรือการระบายอากาศที่ไม่เพียงพอ
แล้วบ้านเรากำลังมีปัญหาเรื่องอากาศหรือเปล่า?
ลองสังเกต 4 สัญญาณคุณภาพอากาศในบ้าน เหล่านี้ค่ะ
1. ตื่นมาทีไรก็จาม คัดจมูก หรือระคายเคือง
ถ้าอยู่ในห้องแล้วมักมีอาการจาม คัดจมูก แสบตา หรือรู้สึกระคายเคืองจมูกอยู่บ่อย ๆ สิ่งที่ควรลองสังเกตคือ ภายในห้องมีฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ หรือการระบายอากาศที่ไม่ดีหรือไม่ เพราะภายในบ้านสามารถมีทั้ง ฝุ่นละเอียด เกสร เชื้อรา ขนสัตว์ และสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ โดยเฉพาะห้องนอนที่เราใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงต่อวัน ยิ่งควรใส่ใจเรื่อง คุณภาพอากาศภายในบ้าน มากเป็นพิเศษ
2. เช็ดฝุ่นไปไม่นาน ก็กลับมาอีกแล้ว
ถ้าโต๊ะ ชั้นวางของ หรือเฟอร์นิเจอร์มีฝุ่นเกาะเร็วมาก แม้จะทำความสะอาดเป็นประจำ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าในอากาศยังมีอนุภาคฝุ่นหมุนเวียนอยู่ ฝุ่นที่เราเห็นบนโต๊ะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่านั้นสามารถแขวนลอยอยู่ในอากาศได้
เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองประสิทธิภาพสูง จึงสามารถช่วยดักจับอนุภาคเหล่านี้ระหว่างที่อากาศหมุนเวียนผ่านเครื่องได้
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเปิดเครื่องฟอกอากาศแล้วจะไม่ต้องทำความสะอาดบ้านอีกนะคะ - งานบ้านยังหนีเราไม่พ้นง่าย ๆ 😅
3. ห้องมีกลิ่นอาหาร กลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือกลิ่นอับติดอยู่ตลอด
บางบ้านไม่ได้มีปัญหาเรื่องฝุ่นอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง “กลิ่น” ทำอาหารแล้วกลิ่นค้างมีน้องหมาน้องแมวแล้วกลิ่นติดห้องหรือเปิดห้องมาทีไรก็รู้สึกอับ
สิ่งแรกที่ควรทำยังคงเป็น การจัดการต้นเหตุและเพิ่มการระบายอากาศ เพราะการลดแหล่งกำเนิดมลพิษและการระบายอากาศเป็นส่วนสำคัญของการดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน ส่วน เครื่องฟอกอากาศที่มี Activated Carbon หรือ Deodorization Filter สามารถเข้ามาช่วยลดกลิ่นและ VOCs บางประเภทได้อีกทางหนึ่ง
4. บ้านมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่ไวต่อมลพิษ
ไม่จำเป็นต้องรอจนมีฝุ่นเต็มบ้านถึงค่อยสนใจเรื่องอากาศ บ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีความไวต่อฝุ่นและมลพิษ ควรให้ความสำคัญกับ คุณภาพอากาศภายในบ้าน มากขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบจากคุณภาพอากาศได้ง่ายกว่าโดยทั่วไป การลดแหล่งฝุ่น ทำความสะอาดบ้าน ระบายอากาศให้เหมาะสม และใช้เครื่องฟอกอากาศเป็นตัวช่วย จึงสามารถทำงานร่วมกันได้
เครื่องฟอกอากาศ Coway ช่วยจัดการอะไรบ้าง?
เครื่องฟอกอากาศ Coway หลายรุ่นใช้ระบบกรองหลายขั้นตอน โดยรายละเอียดของแผ่นกรองและประสิทธิภาพอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น โดยหลัก ๆ จะมีแผ่นกรองที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน เช่น
Pre-Filter
ช่วยดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เส้นผม และขนสัตว์ ก่อนเข้าสู่แผ่นกรองด้านใน
แผ่นกรองฝุ่นละเอียด
ช่วยจัดการอนุภาคฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้บางประเภท ก่อนถึงแผ่นกรองหลัก
Deodorization / Activated Carbon Filter
ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และ VOCs บางชนิด
HEPA Filter
เป็นอีกหนึ่งด่านสำคัญสำหรับดักจับอนุภาคขนาดเล็ก เช่น ฝุ่นละเอียด เกสร เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง Coway ระบุว่าเทคโนโลยี GreenHEPA™ ผ่านการทดสอบภายนอกด้านการดักจับไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และเกสร
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพและเงื่อนไขการทดสอบต้องพิจารณาตามเครื่องและแผ่นกรองแต่ละรุ่น จึงไม่ควรตีความว่าเครื่องฟอกอากาศสามารถกำจัดเชื้อทุกชนิดในห้องได้ 99.99% ในทุกสถานการณ์
เครื่องฟอกอากาศไม่ได้ทำให้อากาศดีขึ้นได้ทุกอย่างด้วยตัวมันเอง
การใช้เครื่องฟอกอากาศเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน การเปิดหน้าต่างในเวลาที่เหมาะสม ลดแหล่งกำเนิดฝุ่น ดูแลความชื้น ทำความสะอาดบ้าน และเปลี่ยนแผ่นกรองตามรอบ ยังคงสำคัญทั้งหมด แต่ถ้าบ้านมีฝุ่นลอย กลิ่น สัตว์เลี้ยง หรือต้องการดูแลเรื่องคุณภาพอากาศเป็นพิเศษ เครื่องฟอกอากาศ ก็เป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้อากาศที่เราหายใจอยู่หลายชั่วโมงต่อวันได้รับการกรองอย่างต่อเนื่อง
เพราะบางครั้งสิ่งที่ควรดูแลในบ้าน ไม่ใช่แค่สิ่งที่เรา “มองเห็น”
แต่รวมถึง อากาศที่เรากำลังหายใจอยู่ทุกนาที ด้วยค่ะ 💙



ความคิดเห็น